วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เคล็ดลับการนอนหลับอย่างเต็มที่ ของวัยรุ่น

๑. อย่าเข้านอนเพราะว่า “ถึงเวลานอนแล้ว”: แต่จงเชื่อนาฬิกาในตัวคุณเอง โดยสังเกตจากร่างกายจะสื่อให้ทราบเมื่อถึงเวลา อย่างเช่น การหาวนอน อาการแสบตา ความรู้สึกประเภท "ลานหมด" หัวจะทิ่มลงท่าเดียว หนังตาเริ่มหย่อน ความรู้สึกว่าจะหลับแล้ว แต่ถ้าคุณพลาดสัญญาณต่างๆ เหล่านี้ไปแล้ว คุณจะต้องรอไปอีกอย่างน้อย ๒-๓ ชั่วโมง กว่าที่จะให้ร่างกายง่วงขึ้นอีกครั้ง เพราะคนเราต่างมีความรู้สึกง่วงนอนต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าง่วงนอนแล้วก็ควรนอนเลย... เพื่อจะได้ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ
๒. อย่านอนผิดเวลาทุกวัน: อย่างถ้าคุณรับประทานอาหารเวลาเดิม ก็แนะนำว่าควรเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำ อย่างเช่น ปกตินอน ๔ ทุ่ม ก็ขอให้นอน ๔ ทุ่มทุกวัน มิฉะนั้นจะเกิดความเสี่ยงที่จะง่วงนอนผิดเวลา
๓. ทดลองหลับแวบเดียว: อย่างเช่น คุณนั่งบนเก้าอี้โซฟา มือหนึ่งถือช้อนกาแฟ ตรงปลายเท้าของคุณวางจานโลหะไว้ ๑ ใบ เมื่อเผลอหลับ มือนั้นก็จะปล่อยช้อนหล่นลงมาบนจานโลหะ ส่งเสียงดัง มันเป็นการปลุกให้คุณตื่น คำอธิบายเมื่อหลับตา คุณจะสามารถตัดข้อมูล ไม่ให้เข้าสู่สมองได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งควรฝึกวันละหลายๆ ครั้ง
๔. พักกลางคัน: เป็นการพักเพื่อลดความเหนื่อยล้า ง่ายๆ ด้วยการ นั่งสบายๆ อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ หนุนศีรษะบนแขนที่ไขว้กัน หรือ นอนท่าเหยียดยาว หลับตาและปล่อยตัวตามสบาย สัก ๕ นาที
๕. สะสมการนอน "ช่วงสั้น" ในวันทำงาน: ถ้าจะให้นั่งหลับเวลาทำงานก็คงดูไม่เหมาะสม คุณก็เปลี่ยนเป็นเก็บสะสมความอยากนอนของคุณไว้ เพื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณจะได้นอนพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ใช้หนี้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งสัปดาห์
๖. งดออกกำลังกายในตอนเย็นหลังเลิกงาน: ความเข้าใจผิดๆ จากการเล่นกีฬาหลังเลิกงาน จะทำให้เหนื่อยจนคุณอยากจะนอน คุณเข้าใจผิด เพราะการออกกำลังกายช่วงหัวค่ำจะทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวตากหาก
๗. ฝึกชี่กง (ลมปราณ): ชี่กงเหมาะมากสำหรับสงบความคิด จิตใจ และขจัดความอ่อนเพลีย ในไม่ช้าคุณจะเรียนรู้ที่จะทำท่าที่ชวนให้ง่วงนอนเป็น
๘. รับประทานอาหารค่ำแต่หัวค่ำ: แต่ควรหลีกเลี่ยงการเข้านอน "ขณะยังย่อยอาหารอยู่” ควรรอให้ผ่านไปสัก ๒-๓ ชั่วโมงหลังอาหารมื้อนี้ แล้วจึงค่อยนอน
๙. เดินย่อยอาหารมื้อค่ำ: เป็นการรอเวลาจากข้อ ๘ ในการรอเข้านอน...
๑๐. เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ กาแฟ น้ำชา: เป็นตัวทำลายความง่วง... และบางครั้งระบบเผาผลาญบางคนต้องใช้เวลา ๑๒- ๒๔ ชั่วโมงเพื่อกำจัดกาแฟเพียงถ้วยเดียว
๑๑. การหาว: จะช่วยผ่อนคลายได้ และทำให้อยากนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า ได้ยืดแขนยืดขาด้วย
๑๒. ดื่มเครื่องดื่มชาสมุนไพร: ที่มีคุณสมบัติในการกล่อมประสาทอย่าง ชาคาโมมายล์ ลาเวนเดอร์….จะช่วยให้นอนหลับได้
๑๓. ลดปริมาณอาหาร และ กลูไซด์ (อินทรีย์สารในคาร์โบไฮเดรต) : มื้อค่ำ หลีกเลี่ยงน้ำตาล ของหวานที่หวานจัด น้ำผึ้ง น้ำอัดลม… เพราะเสี่ยงที่จะเสริมให้โลหิตมีปริมาณกลูโคสต่ำกว่าปกติในตอนกลางคืน
๑๔. รับประทานแอปเปิ้ล ผักกาดหอม และผลิตภัณฑ์จากนม: อาหารเหล่านี้เป็นเพื่อนกับความง่วง เพราะประกอบด้วยสารหลักใน ตัวยาที่ออกฤทธิ์ วิตามินและเอ็นไซม์ที่เป็นสื่อกลางช่วยให้ง่วงเหงาหาวนอน ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากนมที่ย่อยได้ง่ายที่สุด อย่างโยเกิร์ต (นมเปรี้ยว) นมข้น และเนยแข็งสีขาว ดีกว่าพวกเนยแข็งที่ไขมันสูงและผ่านการหมักเชื้อ สำหรับอาหารค่ำ ควรเลือกอาหารจำพวกปลานึ่ง ผักนึ่ง และผลไม้ที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหาร ที่มีไขมัน ผลิตภัณฑ์จากหมู เนื้อ เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส
๑๕. ก่อนนอนอย่าดื่มน้ำมากเกินไป: ตั้งแต่เวลา ๑๘ นาฬิกาเป็นต้นไปจงลดการบริโภคของเหลว แต่ระหว่างวันควรดื่มน้ำมากๆ ค่ะ
๑๖. เสียงรบกวน: เสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ลดทอนการนอนหลับ ลองหาสำลีอุดหูหรือติดกระจกซ้อนสองชั้น ปูพรมตลอดห้อง ใช้เพดานเก็บเสียง...
๑๗. หัวเราะวันละหลาย ๆ ครั้ง: หัวเราะเป็นการรักษาสมดุลของระบบประสาท สำหรับบางคน "หัวเราะนาทีเดียวมีค่าเท่ากับการผ่อนคลายร่างกาย ๒๕ นาทีเต็ม"
๑๘. ที่นอนเป็นเรื่องสำคัญ : เลือกฟูก ขนาดที่นอน ขนาด ๑๖๐ คูณ ๒๐๐ ซ.ม. กว้างกว่าฟูกมาตรฐานขนาด ๑๔๐ คูณ ๑๙๐ ซ.ม. หรือไม่ก็ไปหาฟูกแบบอเมริกัน เลือกตามชอบใจว่าจะเป็น คิงไซส์ ขนาด ๑๙๐ คูณ ๒๐๐ ซ.ม. หรือแคลิฟอร์เนียนคิงไซส์ ขนาด ๑๘๐ คูณ ๒๑๐ ซ.ม.
๑๙. ตรวจสอบทิศทาง สำหรับการวางเตียงนอน: คือให้ศีรษะหันไปทางทิศเหนือ เท้าไปทางทิศใต้ตามทิศทาง ของคลื่นแม่เหล็กโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าให้ศีรษะหันไปทางทิศตะวันออก
๒๐. สีผนังห้องนอน: การใช้สีฟ้ากลางๆ เป็นสีสำหรับ การนอนที่ดีที่สุด
๒๑. แสงสว่าง: ลดไฟฟ้าในห้องนอนของคุณ หรือปิดตาสักครู่ก่อนดับไฟ จะช่วยให้ร่างกายปรับความสมดุลง่ายขึ้น โดยช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงคือ ๒-๓ นาที และปฏิบัติกลับกันในตอนเช้า
๒๒.ไม่ควรนำต้นไม้ใบเขียวไว้ในห้องนอน: เพราะต้นไม้ที่อยู่ภายในห้องนอนจะมาแย่งออกซิเจนเรา ถ้าอยากได้ต้นไม้มาตั้งในห้องนอนจริงๆ ก็ควรเป็นต้นไม้ปลอมดีกว่า...
๒๓. วารีบำบัด: สปาบางแห่งเสนอวิธีบำบัดที่ช่วย สำหรับการนอนหลับ ประกอบด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยการแช่น้ำในอ่างที่ผสมหัวน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
๒๔. อุณหภูมิภายในห้องนอน: ควรให้อุณหภูมิอยู่ระหว่าง ๒๐ ถึง ๒๕ องศาเซลเซียส
๒๕. ควบคุมการหายใจ: ร่างกายเพิ่มการหายใจในระดับทรวงอกเอง หายใจเข้าช้าๆ และลึกๆ โดยใช้ท้องแบบสบายๆ ไม่ต้องฝืน และต่อเนื่องกัน จากนั้นหายใจออกแล้วหยุดไว้สองวินาที ก่อนหายใจใหม่อีกครั้ง การหยุดช่วงสั้นๆ ทำให้ระบบประสาทสงบลง ให้ปฏิบัติการหายใจในท่านอนเหยียดยาวก่อนนอน
๒๖. น้ำมันหอม : ระเหยผสมลงไปในน้ำมันฐาน หรือครีมที่เป็นกลาง ถ้าชอบจะเพิ่มน้ำมันหอมระเหย (ดอกลาเวนเดอร์ ดอกมาร์จอแลน ดอกบาซิลิก หรือเนโรลี) โดยหยดผสมไปกับน้ำมันฐาน (น้ำมันหอม ระเหยมากที่สุด ๕ เปอร์เซ็นต์ น้ำมันฐานถ้าเป็นไปได้ ใช้ชนิดบริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามธรรมชาติ) โดยใช้นวดตัว และเน้นที่เท้า กลุ่มเส้นประสาท เส้นโลหิต หรือต่อมน้ำเหลือง เทคนิคอื่นในการคลายเครียดได้แก่ การใช้ฝ่ามือทั้งสองนวด โดยกางนิ้วออก นวดศีรษะเบาๆ ไล่จากคางขึ้นไปถึงหน้าผาก แล้วย้อนกลับลงมาที่ท้ายทอย คุณนวดที่หางตาได้ด้วยเช่นกัน
๒๗. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ: วิธีนี้ช่วยลดภาวะตึงเครียด สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ การนอนง่ายคือ บังคับควบคุมความรู้สึกของสายตาและไม่คิดอะไรขณะนอนหลับ ระบบสัมผัสทั้ง ๕ ของเราจะได้พักผ่อนเต็มที่ เริ่มต้น จากการมอง การรับกลิ่น การรับรส การสัมผัส และสุดท้ายการได้ยิน ๒๘. อาบน้ำร้อน: การทำเช่นนี้มี ปฏิกิริยากล่อมประสาทให้ง่วงนอน (สำหรับแปดในสิบหน) วิธีการคือ เพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นจาก ๓๕ ถึง ๓๙ องศาเซลเซียส และคุณสามรถเติมสมุนไพร สกัดลงในอ่างน้ำร้อนได้ แต่เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น เพราะมีเพียงความร้อนเท่านั้นที่ทำปฏิกิริยา คุณเพียงแต่แช่เท้าในน้ำร้อนก็ได้ ซึ่งจะต่อเนื่องถึงอุณหภูมิของร่างกาย และมีผลผ่อนคลายกลุ่มร่างแหเส้นประสาท เส้นโลหิต หรือหลอดน้ำเหลือง ให้ปฏิบัติก่อนเข้านอน
๒๙. วางมือทั้งสองข้างบนหน้าท้อง: ความร้อนจากมือช่วยผ่อนคลาย อวัยวะภายในช่องท้องที่ขวางการไหลเวียนพลังงาน
๓๐. อย่าคาดหมายล่วงหน้า: พยายามอย่านึกคิดล่วงหน้าถึงการนัดหมาย เพราะว่าความกังวล จะทำให้คุณนอนไม่หลับ
๓๑. ผ่อนคลายตัวเองด้วยการหลับตา: จินตนาการถึงการอาบน้ำ ฝักบัวเย็นฉ่ำที่ราดรดลงมาจากศีรษะแล้วไหลไปตามลำคอ นำพาความเครียดทั้งวัน ที่ผ่านมาให้ไหลไปตามทางน้ำ หรือใช้วิธีหายใจลึกๆ ผสานกับการคิดแต่ในแง่ดี ("ฉันยอมหลับอย่างวางใจ" "ฉันรู้สึกผ่อนคลาย เต็มที่")
๓๒. บอกเลิกกิจกรรมทุกอย่าง: ๓ ชั่วโมงก่อนนอน ที่คร่ำเคร่งและใช้สติปัญญา หยุดอ่านหนังสือถ้ามันจุดจินตนาการของคุณให้ทำงาน ผลักดันให้ฝันหรือใช้ความคิดใคร่ครวญ
๓๓. สังเกตสิ่งทำแล้วหลับได้ดี: เพื่อจะได้นำมาใช้ใหม่ ในค่ำคืน ที่นอนไม่หลับสักที








Blog มีประโยชน์กับธุรกิจอย่างไร

ปัจจุบันนี้ บริษัทชั้นนำต่าง ๆ ของโลก ได้หันมาจับตามอง Blog ซึ่งเป็นรูปแบบของการ Marketing แบบใหม่ เนื่องจาก Blogger จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อ่าน Blog สูงมาก เนื่องจากทั้งสองฝ่าย สามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง
การที่ใช้ Blog มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็น Buzz Marketing บางบริษัทอาจเลือกเจ้าของ Blog ให้เป็น presenter ให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เช่นเสนอสินค้า ให้เจ้าของ Blog นำไปเขียนวิจารณ์หรือเขียนถึงใน Blog ของตนเป็นต้น
บางบริษัทใช้ Blog เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือ PR ข่าวสารขององค์กร โดยการใช้ Blog เพื่อประกาศข่าวสารนั้น จะดูมีความเป็นกันเอง และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างเป็นมิตร เพราะเนื่องจากลูกค้าสามารถฝาก comment หรือสื่อสารกับเจ้าของ Blog ได้ทันที ทำให้บริษัทเอง จะได้ประโยชน์จากคำแนะนำ ที่ตรงไปตรงมาของลูกค้าอีกด้วย บริษัทชั้นนำต่างเลือกที่จะใช้ Blog มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดกันแล้ว โดยบางแห่งใช้ทั้ง Blog อย่างเป็นทางการของบริษัท แถมยังเปิดให้พนักงานได้เขียน Blog ของตนเองอีกด้วย โดยวิธีการนี้นับเป็นการทำการตลาด โดยการสร้างการรับรู้ตราสินค้า (Brand) โดยทางอ้อมอีกด้วย
นอกเหนือจากองค์กรธุรกิจแล้ว บุคคลที่ทำงานคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถใช้ Blog เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงาน หรือขายสินค้าของตนได้อีกด้วยเช่น ช่างภาพ, ศิลปิน, นักออกแบบ, นักเขียน, นักวาดการ์ตูน , ร้านค้า , ฯลฯ






วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การใช้เว็บบล็อกในการเรียนการสอน

การใช้เว็บบล็อกในการเรียนการสอน


เว็บบล็อกที่น่าสนใจจากค่าย google นั้นสามารถนำมาดัดแปลงมาใช้ประกอบการเรียนการสอนได้ โดยประยุกต์ใช้ให้เว็บบล็อกนี้เป็น เหมือน โฮมเพจซ์รายวิชาที่ ผู้เรียนในห้องทุกคนสามารถเข้ามาเขียนบทความ และนักเรียนแต่ละคนสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นบทความของนักเรียนคนอื่นในห้องที่เขียนขึ้น หรือใช้เป็นที่ส่งการบ้านของนักเรียนในห้อง และผู้สอนเข้าไปตรวจการบ้านได้
โดยที่เว็บบล็อกนี้สามารถที่จะเพิ่มผู้เขียนได้ถึง 100 คน และยังมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่นการทำรายการอัตโนมัติ ใช้ใส่รายชื่อผู้เรียนตามลำดับตัวอักษร ทำสำรวจหรือโพลเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้นักศึกษาในห้องมาโหวต และลักษณะที่ดีอีกอย่างก็คือสามารถค้นเนื้อหาหรือหัวเรื่อง หรือคีย์เวิร์ดได้รวดเร็ว ค้นบทความที่ผู้เรียนเขียนไว้ และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการใช้บล็อกประกอบการเรียนการสอนจึงทำได้สะดวกไม่ต้องใช้เนื้อที่เซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องมีคนดูแลเซิร์ฟเวอร์แต่ใช้เซิร์ฟเวอร์ของ google ที่ความเร็วสูงและไม่มีวันตาย ขอให้เข้าใช้อินเตอร์เนตให้ได้ก็แล้วกัน การขอสร้างเว็บบล็อกประจำรายวิชาก็เพียงแต่มี ที่อยู่ Gmail ก็นำมาสมัครขอสร้างเว็บบล็อกได้แล้ว ทดลองดูนะครับ แล้วจะเห็นว่าไม่ต้องเป็นมืออาชีพก็ใช้ได้ผลดี
การใช้เว็บล็อกในลักษณะนี้จึงเป็นการประหยัด ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง นำเอาจุดดีจุดเด่นที่ผู้ให้บริการเปิดโอกาสให้เช่นระบบการใส่รูปภาพ ใส่วิดีโอ และเครื่องมืออื่นๆที่ให้มาก็สามารถนำมาใช้เป็นบล็อกของรายวิชาที่ผู้เรียนทุกคนสามารถจะเขียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่มีการนำเสนอขึ้นมา ส่งการบ้าน และอื่นๆ อีกมาก



Web blog เพื่อการศึกษา

เว็บบล็อกเพื่อการศึกษาเช่นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวนครนั้น เป็นทั้งแหล่งแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแหล่งคลังความรู้ที่ให้ความรู้ ให้ข้อคิด มีทางใดบ้างที่สามารถทำให้เข้าใจได้ดีขึ้น เข้าใจถูกต้องขึ้น เข้าใจได้ง่ายขึ้น มีข้อคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ อนุรักษ์สิ่งดีๆ ทั้งๆที่รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเพราะความรู้ใหม่เกิดขึ้นทุกขณะ และจำนวนมากจากหลากหลายสาขาที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จนยากที่ใครคนใดคนหนึ่งจะศึกษาได้หมด แหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวนครจึงเป็นเหมือนแหล่งบันทึกความรู้ที่ยังคงใช้ได้ดี และความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงมายังความรู้ใหม่ วารสารต่างๆ เป็นแหล่งเริ่มต้นของความรู้ใหม่ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน แหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชาวนครจึงได้จัดหาวารสารเท่าหาได้ นำรายชื่อบทความที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในแต่ละวารสาร ซึ่งรายชื่อวารสาร ชื่อผู้แต่งผู้สนใจสามารถที่จะสืบค้นได้จากทางอินเตอร์เนตผ่านเครื่องจักรการค้นของ google และในภายในบล็อกของ แหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชาวนครเองก็สามารถที่จะสืบค้นชื่อเรื่องและเนื้อหาที่ต้องการได้ ซึ่งในแต่ละคำค้นหรือแต่ละวลี อาจมีหลายบทความที่ทำให้ได้ข้อคิดที่ต่างๆ ออกไปนำไปประมวลเป็นของตัวเองได้
ผู้เขียนเคยได้ยินกลอนโบราณของเมืองจีนโบราณที่กล่าวเกี่ยวกับการศึกษา ก็พยายามหาทั้งหมดมาอ่าน บังเอิญไปพบในแผ่นใบปลิวเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานที่มีผู้นำมาลงไว้เป็นข้อคิดให้ผู้คนได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา ดังนี้
If you are thinking a year ahead, sow seed.If you are thinking ten years ahead, plant a tree.If you are thinking hundred years ahead, educate the people
By sowing seed, you will harvest once. By planting a tree, you will harvest tenfold. By educating the people, you will harvest one hundredfold จากโคลงกลอนภาษาจีนเมื่อ 400 B.C โดยผู้แต่งนิรนาม
ผู้เขียนมีความเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะการยกระดับจิตใจคน ไม่ให้ลุ่มหลงมัวเมาในลาภ สรรเสริญ วัตถุทั้งหลายหรือที่ปรากฏในโลกธรรมแปด ซึ่งจะทำให้โลกสงบสุขมากกว่าทุกวันนี้ แล้วเราจะไม่ช่วยกัน เพื่อเก็บเกี่ยวผลให้ลูกหลานของเราในอนาคต ละหรือ